เคยสงสัยมั๊ย ?? ทั้งที่มีสภาพผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น แต่ทำไมถึงเป็นสิวได้


                เชื่อว่า สาวๆหลายคนคงเคยสงสัย สำหรับบางคนที่มีผิวมันคงไม่น่าแปลกใจ แต่ทำไม้ ทำไม บางคนผิวแห้ง กลับเป็นสิวได้ซะอย่างนั้น

                จริงๆแล้วสิวไม่ได้เกิดจากคนที่มีผิวมันเท่านั้น แต่เกิดกับคนที่มีผิวแห้งมากๆด้วยเช่นกัน เพราะผิวแห้งนั้นมีสาเหตมาจากผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ  อีกทั้งผิวยังไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้ ซึ่งจะตรงข้ามกับผิวมัน ผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่เล็กระเหย แต่ผิวแห้งกร้านและอาจรุนแรงถึงขั้นลอกเป็นขุย ผิวจะให้สัมผัสที่ไม่นุ่มนวลเท่าที่ควร แถมเกิดริ้วรอยได้ง่าย โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ผิวมักจะมีแนวโน้มแห้งมากขึ้นเพราะ ต่อมไขมันทำงานช้าลง ดังนั้นการดูแลผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และป้องกันริ้วรอย

                นอกจากนี้ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำให้ผู้ที่มีปัยหาสิว ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น ทำให้เกิดริ้วรอยง่าย ให้เข้ารับการทำทรีทเมนท์บำรุงและปกป้องผิวหน้าด้วยโปรแกรม พิชิตสิวเพื่อหน้าสวยใส  ไร้สิว Chlitina Anti acne Clear Program  อย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง เพื่อบำรุงลึกถึงผิวชั้นใน ควบคุมการเกิดปัญหาสิว แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน ต่อต้านอนุมูลอิสระ  ช่วยให้เซลล์ผิวมีอายุยืนยาว แข็งแรงขึ้น ผิวหน้าดูเปล่งปลั่ง เรียบเนียน รูขุมขนกระชับขึ้น ไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็น ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะคลิทีน่า  ปรับสภาพผิวแห้งใหเนียนนุ่มขึ้น พร้อมแก้ปัญหาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ 


แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 

สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!!
Share: Line

ทำไมผิวของเราจึงแย่ลงในช่วงอากาศเปลี่ยน ทั้งที่ดีแลตัวเองดีมาโดยตลอด


หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ดูแลความงามและสุขภาพผิวพรรณของตัวเองเป็นอย่างดีมาโดยตลอด แต่กลับพบว่าพอถึงหน้าหนาว หรือโดนแสงแดดทีไร ผิวที่เคยนวลเนียน เปล่งปลั่ง กลับมีปัญหาตลอด สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เกิดจากปัจจัยภายนอกโดยตรง อย่างเช่นสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะอุณหภูมิ และปริมาณความชื้นในอากาศที่ลดลง ซึ่งมีผลทำให้ผิวขาดน้ำ แห้ง หยาบกร้าน และมีโอกาสมากในผิวประเภทแพ้ง่าย


              ดังนั้นขอแนะนำให้เข้ารับการตรวจสภาพผิวหน้าเชิงลึก ด้วย Chlitina Skin Analysis System  เพื่อการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับผิว วัย และฤดูกาลอย่างแท้จริง รวมทั้งสามารถดูแลผิวเพิ่มเติม เพื่อแก้ปัญหาที่ท่านกังวลใจได้อย่างตรงจุด เพื่อผิวสวยไร้ฤดูกาล

              เพื่อผลลัพธ์ความงามของผิวที่ท่านรู้สึกและสัมผัสได้สูงสุด ควรเข้ารับการปรนนิบัติผิวด้วยการทำทรีทเมนท์เป็นประจำ และสม่ำเสมอ ควบคู่กับการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพื่อคืนความแข็งแรงให้กับผิวในเร็ววัน ช่วยรักษาสมดุลและฟื้นฟูสภาพผิวให้ผิวดูดสารบำรุงได้โดยง่าย สร้างภูมิคุ้มกัน พร้อมปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำ จึงเผยผิวให้สวยเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ มอบผิวสวยใส สุขภาพดีได้ทุกฤดูกาล กลับสู่ตัวคุรได้ด้วยโปรแกรมที่เห็นผล

ร่วมพิสูจน์ความงามที่น่ามหัศจรรย์นี้ได้ด้วยตัวคุณเอง กับลิทีน่า 


แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 

สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!!
Share: Line

ทำทรีทเมนท์บ่อย ทำให้ผิวหน้าบางลง จริงหรือ????


                เชื่อว่าสาวๆหลายคน คงเคยได้ยินกันมาว่า การทำทรีทเมนท์ผิวหน้าบ่อยๆนั้นจะทำให้ผิวหน้าของเราบางลง ซึ่งอาจทำให้ผิวไวต่อแสง และอ่อนแอจนถึงขั้นอาจมีสภาพแย่กว่าที่เป็นอยู่ ใช่มั๊ยคะ

                แต่แท้จริงแล้ว เป็นความเข้าใจผิดเป็นอย่างมาก การทำทรีทเมนท์ไม่มีผลทำให้ผิวหน้าบางลงแต่อย่างใด ในทางตรงกันข้ามกลับการทำทรีทเมนท์เป้นการทำให้ผิวหน้าของเราแข็งแรงมากขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเป็นการฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างค่อยเป็นค่อยไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสาวๆทำทรีทเมนท์เป็นประจำในระยะเวลาที่เหมาะสม นั่นก็คืออาทิตย์ละครั้ง ก็จะเห็นผลการบำรุงอย่างสูงสุด เพราะการทำทรีทเมนท์เป็นการให้ความฟื้นฟู และบำรุงอย่างล้ำลึก ช่วยคืนพลังงานให้กับเซลล์ผิว และให้ผิวนำพลังงานไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมคืนผิวให้มีสุขภาพดี สมบูรณ์แบบให้กับคุณเสียมากกว่า

                สำหรับในเรื่องผิวหน้าที่บางลงนั้น อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการทำเลเซอร์ หรือการทำเอเอชเอลอกผิวหน้าที่มีตามคลินิกความงามทั่วไปมากกว่า ที่มักจะทำให้ผิวหน้าบางลง และไวต่อแสง  ไม่ใช่การทำทรีทเมนท์ปรนนิบัติฟื้นฟูผิวหน้าแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของแสงแดด ไม่ว่าจะเข้ารับการทำทรีทเมนท์หรือไม่ ก็เป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงอยู่แล้วเช่นกันนะคะ เพราะแสงแดด ทำให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังได้หลายแบบ อาทิ ผิวหนังเสื่อมก่อนวัย ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง ทะลายระพันธุกรรม และมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ผิวไหม้นั่นเองค่ะ


แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 

สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!!
Share: Line

ผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ...แบบนี้ต้องรีบดูแลโดยด่วน !



               หากเลือกได้ เชื่อเลยว่าร้อยทั้งร้อยสาว ๆ ทุกคนล้วนต้องการให้ผิวหน้าดูกระชับเต่งตึงสดใสอยู่เสมอ แต่ทว่าในความเป็นจริงนั้นกฎธรรมชาติไม่มีใครสามารถหยุดริ้วรอยและความเสื่อมโทรมของผิวได้ จึงทำให้สาว ๆ ทุกคนต่างเร่งฟื้นฟูและดูแลผิวกันอย่างเร่งด่วน (แหม..ก็คนมันไม่อยากแก่นี่เนอะ^^) โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาว ๆ ที่มีปัญหาผิวเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย ยิ่งจำเป็นจะต้องแก้ไขและใส่ใจผิวให้มากยิ่งขึ้น               
                ผิวเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร โดยส่วนใหญ่เกิดจากการเสื่อมสภาพของอีลาสตินใต้ผิวหนัง อันเนื่องมาจาก ขาดการบำรุงผิวเป็นเวลานาน ความเครียด แสงแดด กรรมพันธุ์ และพฤติกรรมส่วนตัวอย่าง การกินอาหาร ล้างถูหน้าแรง ๆ ขมวดคิ้ว จนทำให้เซลล์ผิวหนังเสียความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นน้อยลง เกิดเป็นริ้วรอยตื้น ๆ ในบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา ขมับ และร่องแก้มในที่สุด วันนี้เราจึงขอนำเคล็ดลับดูแลผิวมีริ้วรอย เพื่อให้สาว ๆ ได้นำไปปรับใช้ในการดูแลผิวในชีวิตประจำวัน และช่วยให้ผิวกลับมาสดใสอ่อนเยาว์ได้มากยิ่งขึ้น


ครีมกันแดด ห้ามขาด !
เพราะอากาศและแสงแดดในบ้านเรานับว่า ร้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผิวหน้าโดนรังสียูวีทำร้ายผิวให้เหี่ยวย่นเกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ สาว ๆ ควรปกป้องก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง (แม้ว่าจะไม่มีแดดก็ตาม) โดยการเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปทาให้ทั่วหน้าและลำคอ จากนั้นจึงแต่งหน้าหรือทาแป้งตามปกติ

 รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินแก่ผิวพรรณ และออกกำลังกาย
หลังจากดูแลผิวภายนอกแล้ว อย่าละเลยดูแลผิวสวยตึงกระชับจากภายในกันบ้าง ด้วยการเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี รวมถึงอาหารจำพวกนมและธัญพืชเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังควรออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดในร่างกาย รวมถึงนอนพักผ่อนให้เพียงพออีกด้วยค่ะ

Face  yoga
โยคะบริหารผิวหน้า นับเป็นเคล็ดลับหน้าเด็กง่าย ๆ ที่สาว ๆ สามารถทำเองได้ทุกวันและทุกเวลา เพียงแค่ออกเสียงหรืออ้าปากในท่า อะ อิ อุ เอะ โอะ ค้างไว้ท่าละ 5 วินาที ทำทุกวันจะช่วยยกกระชับแก้มย้อย หน้าเหี่ยวให้ดูเด้งเต่งตึงแน่นอนค่ะ

เลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย
สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ชอบสะสมความเครียด นอนน้อย ดื่มกาแฟและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าน้ำเปล่า ควรเปลี่ยนหรือเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านั้นโดยเด็ดขาด เพราะนี่แหละคือตัวการที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่นทำให้คุณดูแก่กว่าอายุจริง นอกจากนี้สาว ๆ ยังไม่ควรขยี้ตา ล้างเครื่องสำอาง หรือเช็ดถูหน้าแรง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดรอยย่นหย่อนยานเพิ่มมากขึ้น


เติมความชุ่มชื่นให้ผิวมากยิ่งขึ้น
เพื่อเป็นการกระตุ้นการสร้างการทำงานและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง สาว ๆ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงให้เหมาะกับสภาพผิว รวมถึงควรเติมความชุ่มชื่นให้ผิวให้อยู่เสมอ แม้ว่าคุณจะมีผิวมันก็ตาม ด้วยผลิตภัณฑ์ประเภท Hydration ที่สามารถมอบความชุ่มชื้นให้กับผิวได้อย่างยาวนาน รวมถึงป้องกันน้ำระเหยออกจากผิวอีกด้วย

ทำทรีทเม้นท์ยกกระชับผิวหน้า
เช่น การทำทรีทเมนท์ที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ หรือ RF ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นให้ผิวหน้าเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ และมีการรียงตัวอย่างเป็นระเบียบ ทำให้เมื่อทำทรีทเมนท์เป็นประจำแล้ว จะทำให้สามารถลดริ้วรอยเหี่ยวย่น ยกกระชับผิวให้ดูเต่งตึขึ้นได้อย่างชัดเจน


          ทราบวิธีดูแล รวมถึงทางแก้ผิวเหี่ยวย่นและริ้วรอยกันไปแล้ว คงต้องบอกว่าสาว ๆ จะละเลยผิวหน้าไม่ได้อีกต่อไป เพราะเมื่อริ้วรอยมาเยือนแล้วกว่าจะปรับเปลี่ยนหรือฟื้นฟูให้ดีขึ้น นับว่าต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก ยังไงกันไว้ก่อนเสียแต่ตอนนี้ อาจดีกว่าต้องมานั่งแก้กันทีหลังนะคะ ^^


แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 


สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!!  
Share: Line

ผิวไหม้แแดดอย่าได้แคร์ ฟื้นฟูง่าย ๆ ด้วย 9 สูตรธรรมชาติ



               ผิวไหม้จากแสงแดดเป็นอะไรที่ใครเจอก็คงอดกังวลไม่ได้ เพราะถ้าพลาดให้แดดมาเลียผิวจนไหม้แดงก็จะรู้สึกแสบร้อน ที่สำคัญผิวที่เคยนุ่มเนียนก็จะแห้งกร้าน ดำคล้ำ และกว่าจะฟื้นฟูให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีดังเดิมก็ไม่ใช่ง่าย ๆ เอาเป็นว่าใครที่ยังไม่คิดตกว่าจะหาทางออก รวมถึงวิธีแก้ปัญหา-ดูแลผิวเสียอย่างไรดี เรามีวิธีดี ๆ ดูแลผิวมาฝากกันเพียบเลยค่ะ
   
1.  หยุดซ้ำเติมผิวที่คล้ำเสียด้วยการงดออกแดดสักพัก โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00-17.00 น. แต่ถ้าหากจำเป็นจริง ๆ ก็ควรกางร่ม หรือใส่เสื้อคลุมแขนยาวทุกครั้งเวลาที่ต้องออกแดด


2. ทาโลชั่นบำรุงผิวสูตรอ่อนโยน เน้นแบบที่มีส่วนผสมสารกัดจากธรรมชาติที่ช่วยฟื้นฟูผิวคล้ำเสีย ทำให้ผิวชุ่มชื้น และกระจ่างใสขึ้น

3. งดใช้ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวสูตรไวท์เทนนิ่งประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพราะไวท์เทนนิ่งจะทำให้ผิวที่บอบบางอยู่แล้วบอบบางกว่าเดิม ทางที่ดีควรปล่อยให้ผิวฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิมก่อนแล้วค่อยใช้ไวท์เทนนิ่งบำรุงจะดีที่สุด

4. ช่วงนี้ควรล้างหน้าด้วยสบู่ล้างหน้าสูตรอ่อนโยน (แบบไม่มีสครับ) จะดีที่สุด เพราะผิวอยู่ในช่วงบอบบาง บางคนอาจมีอาการปวดแสบปวดร้อน ซึ่งการใช้สบู่สูตรแรง ๆ จะเป็นการซ้ำเติมผิวให้เสียหรือระคายเคืองมากยิ่งขึ้น


5. ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพราะครีมกันแดดจะช่วยไม่ให้ผิวคล้ำเสียมากไปกว่าเดิม และถ้าจะให้ดีที่สุดช่วงนี้ควรใช้ครีมกันแดดที่สามารถบำรุงผิวได้ในตัวจะดีกว่า

6. งดขัดผิวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพราะผิวกำลังอยู่ในช่วงที่อักเสบและบอบบาง หากขัดผิวในช่วงนี้จะเป็นการซ้ำเติมผิวให้เสียหนักไปกว่าเดิม แต่หลังจาก 2 สัปดาห์ไปแล้วสามารถขัดผิวด้วยสครับสูตรอ่อนโยนได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพให้หลุดออกและเผยผิวใหม่ที่กระจ่างใสกว่าเดิม

7. ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ๆ วันหนึ่งควรดื่มให้ได้อย่างน้อย 8 แก้ว ซึ่งจะเป็นการทดแทนน้ำบนผิวที่สูญเสียไปหลังจากตากแดดแรง ๆ ซึ่งจะช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและสดใสขึ้นด้วย


8. บำรุงผิวด้วยแตงกวา พราะแตงกวาจะช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ทำให้ผิวโทรม ๆ ดูกระจ่างใสและมีชีวิตชีวาขึ้นได้ โดยการนำแตงกวามาสไลซ์เป็นแผ่นบาง ๆ นำไปแช่เย็นไว้สักพัก จากนั้นนำมาวางแปะไว้บนผิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ทำเป็นประจำทุกวัน รับรองผิวสวยเด้ง

9. ทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อฟื้นฟูผิวจากภายใน โดยช่วงนี้ให้เน้นทานอาหารจำพวกผักใบเขียวและผลไม้ เพราะผักและผลไม้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินหลากหลายชนิดที่จำเป็นต่อการบำรุงผิวอย่างยิ่ง


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีที่ง่ายและดีที่สุดสำหรับผิวพรรณของคุณสาวๆ คือการป้องกันด้วยการดูแลและหมั่นบำรุงผิวตั้งแต่แรก ดีกว่าปล่อยให้ผิวเสีย เสื่อมโทรม แล้วจึงค่อยมาแก้ไขนะคะ 



แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 


สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!!  
Share: Line

ไม่อยากหน้าแก่ก่อนวัย อย่าปล่อยให้ผิวขาดน้ำ




               หน้าร้อนแบบนี้ ปัญหาผิวที่คุณควรเป็นกังวล ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำจากแสงแดดเท่านั้น แต่ความร้อนทำให้ผิวระคายเคือง และสูญเสียความชุ่มชื้น สังเกตง่าย ๆ จากปริมาณเหงื่อที่คุณสูญเสียไปจากเซลล์ผิวหนังชั้นนอก นี่แหละค่ะทำให้เป็นปัญหาผิวของสาว ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือ ผิวขาดน้ำ
             อาการผิวขาดน้ำนั้นใกล้เคียงกับผิวแห้งมาก แต่จะต่างกันตรงที่จะมีทั้งความมันและแห้งแบบไม่เป็นเวลา เพราะกลไกของผิวเกิดการทำงานแบบชะงัก เนื่องจากขาดสารหล่อเลี้ยงที่สำคัญ นั่นคือน้ำ ที่เป็นส่วนประกอบพื้นฐานหลักของผิวหนัง  ไม่เฉพาะแต่สาว ๆ ที่ต้องทำงาน Outdoor เท่านั้นนะคะ สาวออฟฟิศอย่างเรา ๆ ก็เผชิญกับอาการผิวขาดน้ำได้ เนื่องจากเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องปรับอากาศจะดึงเอาความชื้นในอากาศออกไป อากาศจึงแห้งขึ้น
             ซึ่งอาการเบื้องต้นที่แสดงว่าผิวคุณเริ่มขาดน้ำ มีตั้งแต่แต่งหน้าไม่ติด หรือไม่อยู่ทน ลงครีมบำรุงไม่ค่อยซึม เกลี่ยรองพื้นยากและเป็นขุย ไม่เรียบเนียน  มิหนำซ้ำ ผิวขาดน้ำทำให้ผิวดูหยาบกระด้าง เวลาสัมผัสที่บริเวณผิวหน้า จะขาดความยืดหยุ่น ตึง ขาดความนุ่มกระชับและกร้านมากขึ้น นั่นเป็นเสมือนสัญญาณ S.O.S ที่ร่างกายส่งมาให้เราได้รับรู้ เพราะฉะนั้นหากใครไม่อยากพบเจอปัญหานี้ รีบเติมน้ำให้ผิวอย่างด่วนเลยค่ะ ด้วย.....



สารบำรุงประเภท Hydration
           ถ้าคุณใช้เครื่องสำอางประเภท Anti-aging  หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่มีส่วนผสมของ hydrogen peroxide, retinoic acid, benzoyl peroxide เป็นต้น ส่วนใหญ่จะยิ่งทำให้ผิวขาดน้ำมากขึ้น ให้หันมาเติมน้ำให้ผิวด้วยครีมหรือเจลตระกูล Hydration มากขึ้นเพื่อให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำ กระบวนการของเซลล์ผิวหนังก็จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ง่ายต่อการบำรุง หรือแต่งหน้า ลดอาการขาดน้ำของผิวไปได้ค่ะ


อย่านอนดึก 
           เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่า พักผ่อนไม่เพียงพอไม่ดีต่อร่างกาย แน่นอนว่าไม่ดีต่อผิวคุณด้วยค่ะ เพราะการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายได้มีการฟื้นฟู ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ส่งผลให้ผิวเราได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่




บำรุงผิวจากภายใน ดื่มน้ำให้มากขึ้น 
           การดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว เป็นการบำรุงจากภายในที่ทำได้ง่าย ๆ เลยค่ะ ได้ประโยชน์ทั้งร่างกาย เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของร่างกาย เฉลี่ย 50 – 60 % ของน้ำหนักตัว วิธีคิดง่ายว่าวันนึงเราควรจะดื่มน้ำเท่าไหร่ คิดง่าย น้ำหนักตัวเป็นหน่วยกิโลกรัม ไปคูณกับ 30 จะได้ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน ซึ่งมีหน่วยเป็น มิลลิลิตร (เช่น 45 กิโลกรัม x 30 = 1,350 มิลลิลิตร หรือ 1.35 ลิตรต่อวัน) ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนยังกับอะไรดี หากขาดน้ำในช่วงนี้ ไม่เพียงแค่ผิวจะไม่สวยแต่อาจจะป่วยได้ด้วยนะคะ


ทรีทเมนท์เติมความชุ่มชื้น
           ผิวขาดน้ำนั้นแก้ง่าย ๆ ค่ะ วิธีที่เห็นจะง่าย และตรงจุดที่สุด ก็ให้ปรนนิบัติผิวหน้าด้วยการทำทรีทเมนท์ที่เป็นสูตร Hydration ที่ช่วยเติมน้ำเข้าสู่ผิวได้อย่างล้ำลึก แถมยังเปลี่ยนผิวที่เคยดูโทรม ให้กลับมาเปล่งปลั่ง มีชีวิตชีวาอีกด้วยนะคะ

ไม่ยากเลยใช่มั๊ยคะสาวๆกับวิธีที่เรานำมาฝากกัน รับรองเลยว่าหากใครทำตามนี้แล้วละก็ ผิวไม่ชุ่มชื้น เนียนนุ่มน่าสัมผัสก็ให้มันรู้ไป


แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 


สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!! 
Share: Line

มาตรการเคลียร์สิวให้หมดไป ยิ้มรับหน้าใสอย่างเร่งด่วน

             
           
               ด้วยนวัตกรรมในการปรนนิบัติผิวอัจฉริยะ เพื่อคืนผิวใสให้กับใบหน้าที่ทาง “คลิทิน่า” ได้รังสรรค์ขึ้นมาสำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวโดยเฉพาะ ยุติปัญหาสิวตั้งแต่ต้นเหตุ คืนผิวหน้าเรียบเนียนใส ไร้ความมันวาว พร้อมคงสมดุลแห่งความชุ่มชื่นอย่างยาวนานให้กับผิวสวยใสของคุณให้น่าสัมผัสไปอีกนาน
                Chlitina Anti-Acne Clear Program โปรแกรมพิชิตสิวสุดพิเศษ เพื่อผิวหน้าสวย ใส ไม่ระคายเคืองแม้ผิวแพ้ง่าย ด้วยนวัตกรรมของสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติบริสุทธิ์ ให้คุณค่าการบำรุงประสิทธิภาพเข้มข้น บำรุงลึกถึงผิวชั้นใน ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ปรับสภาพผิวหน้า รูขุมขนที่เคยอักเสบ แดงช้ำ สิวอักเสบ สิวอุดตัน   พร้อมฆ่าเชื้อสิวและสิ่งสกปรกให้เลือนหายได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็น ด้วยเทคนิคการเก็บสิวเฉพาะคลิทีน่าเท่านั้น เพื่อคุณคนพิเศษ

               "สิว" ศัตรูตัวฉกาจขนาดจิ๋วแต่มีพลังทำลายล้างความสวยและความมั่นใจในระดับที่เรียกว่า “บิ๊กบอส” เป็นปัญหาอันดับต้นๆของสาวๆทั้งหลาย ที่ก่อให้เกิดความรำคาญ และบั่นทอนความมั่นใจ  ไม่กล้าออกไปไหน ไม่กล้าที่จะพบเจอ หรือสบตาใคร จนส่งผลถึงบุคลิกภาพ  เพราะผิวหน้าใส ไร้สิวนั้น เป็นสิ่งที่ผู้หญิงทุกคนปรารถนา แต่การที่จะมีผิวหน้าสวยเรียบเนียนนั้นจะต้องมีเวลาในการดูแล บำรุงเป็นอย่างมาก แต่หากคุณไม่มีเวลามากพอ คลิทีน่าขอเสนอ โปรแกรมปรนนิบัติผิวเพื่อหน้าใส ไร้สิว ด้วยการขจัดสิวอย่างมืออาชีพ ปัญหาเหล่านี้จะขจัดและทุเลาได้อย่างรวดเร็ว ด้วยเทคนิคการเก็บสิวที่พิเศษเฉพาะตัวของคลิทีน่า ไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็น และจุดด่างดำให้กวนใจ ขจัดสารพิษใต้ผิว ไขมันอุดตัน แบคทีเรีย ลดอาการอักเสบ เคลียร์ปัญหาสิวเก่า ป้องกันการเกิดสิวใหม่ ปรับผิวหน้าให้สวยใสไร้สิวอย่างเป็นธรรมชาติ

• ลดการอุดตันของไขมันใต้ผิวหนัง
• บรรเทาอาการอักเสบของผิว
• ขจัดสิวได้อย่างมืออาชีพ
• ปรับสมดุลน้ำมันใต้ผิว
• ลดเลือนรอยดำ รอยแดงจากสิว
• ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เผยผิวใหม่ไร้สิว 

   

 แอดเราเป็นเพื่อน เพื่อติดตามผ่านช่องทางอื่นๆได้ที่นี่เลยค่ะ
 


สาระความรู้และความงามน่าสนใจแบบนี้ แชร์แบ่งปันให้เพื่อนรู้บ้างสิ.....แชร์เลย!!!!         
Share: Line